เรียน ท่านผู้ถือหุ้น
โลกของการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญคือการเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้างประชากร สภาพแวดล้อม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งทำให้หลายอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และแนวทางในการดำเนินธุรกิจ โดยมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อน เพื่อให้สามารถตอบสนองกับความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งแสวงหาประโยชน์จากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ซึ่งบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ในฐานะ Insurance and Financial Holding Company ชั้นนำของประเทศไทย และบริษัทในกลุ่ม ได้ตระหนักถึงการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ด้วยการเปิดรับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพเข้ามาขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจ และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโต และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสูงที่สุดให้แก่ผู้มีความได้เสียทั้งหมดได้

นายสมใจนึก เองตระกูล
ทั้งนี้ในปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์ โดยเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัท ในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งมีบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (“TIP”) ในฐานะที่เป็นผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจประกันวินาศภัยประเภท Non-motor เป็นบริษัทแกน ผ่านการสร้าง Insurance and Financial Ecosystem บนโครงสร้างกลุ่มธุรกิจในปัจจุบันที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพในการรองรับการเติบโตในอนาคต ได้แก่กลุ่มธุรกิจประกันภัย กลุ่มธุรกิจสนับสนุนประกันภัย และกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพอื่น ๆ ที่จะเป็น New Mega Trend ของประเทศไทย โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นแกนกลาง หรือ Backbone ในการเชื่อมต่อและเสริมสร้างศักยภาพที่มีร่วมกันในทุกกลุ่มธุรกิจ รวมทั้งหาโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุนที่สามารถต่อยอดการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ตามเป้าหมายในระยะยาวของบริษัทฯ ในการเดินหน้าไปสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจประกันภัยและการเงินชั้นนำในภูมิภาคที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน
และในปี 2567 ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญของบริษัทฯ ในการเป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของบริษัทฯ รวมทั้งการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจขององค์กรต่างๆ ในประเทศไทยอย่างจริงจัง ผ่านการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ภายใต้ชื่อบริษัท ฮอไรซอน ที 8 จำกัด (“HoriXon T8”) ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี รวมทั้งการพัฒนา และให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดิจิทัลและโซลูชันซอฟต์แวร์ (Software-as-a-Service) โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่ไม่ได้จำกัดเพียงการให้บริการกับบริษัทประกันภัยเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมประกันภัยและอุตสาหกรรมอื่น ๆ อย่างเป็นระบบ ด้วยเทคโนโลยี AI-Powered Digital Transformation
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 15,241 ล้านบาท และกำไรรวม 1,538 ล้านบาท โดย TIP ในฐานะบริษัทแกนของกลุ่ม ยังคงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องและสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นเลิศ โดย TIP มีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น 32,827 ล้านบาท และมีเบี้ยประกันภัย Non Motor ทั้งสิ้น 25,639 ล้านบาท โดยครองส่วนแบ่งการตลาดประกันภัยประเภท Non Motor ถึง ร้อยละ 20.0 เป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ในด้านของความแข็งแกร่งทางการเงิน ในปี 2567 บริษัทฯ ยังคงได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ “AA” แนวโน้ม “Stable” จากทริสเรทติ้ง ซึ่งเป็นอันดับเครดิตองค์กรที่สูงที่สุดในกลุ่มบริษัทโฮลดิ้งส์ในประเทศไทยเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน สอดคล้องกับ TIP ในฐานะบริษัทแกนของกลุ่มธุรกิจ ที่ยังคงได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรที่ “AAA” แนวโน้ม “Stable” จากทริสเรทติ้ง ซึ่งเป็นอันดับเครดิตองค์กรที่สูงที่สุดในกลุ่มธุรกิจประกันภัยของไทยเช่นเดียวกัน
จากการยืนหยัดในการดำเนินธุรกิจบนหลักธรรมาภิบาล และพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำให้ในปี 2567 บริษัทฯ ได้รับคะแนนด้านการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” (5 ดาว) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และ “100 คะแนนเต็ม” โดย สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (Thai Investors Association: TIA) ซึ่งบริษัทเป็น Insurance Holding Company เพียงแห่งเดียวที่ติด 1 ใน TOP QUARTILE ของบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าทางการตลาดมากกว่า 10,000 ล้านบาท ตอกย้ำการมีธรรมาภิบาลที่ดีในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงเป็นผู้นำที่จะนำพาสังคมเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกันอย่างแท้จริง
และก้าวต่อไป บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรที่สามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน หรือ Sustainable Company ในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ รวมถึงประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนอื่นๆ เช่น ความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนบนหลักธรรมาภิบาล ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกบริษัท ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนโครงการเพื่อสังคม และให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งและพร้อมเผชิญกับความท้าทายในอนาคต รวมถึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
สุดท้ายนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ คณะผู้บริหารของบริษัทฯ ผมขอขอบพระคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนในการให้ความสนับสนุน ให้ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มเป็นอย่างดี และขอขอบคุณพนักงานทุกคนที่พยายามทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ในการสร้างผลการดำเนินงานที่ดีในทุกภาคส่วนขององค์กรตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งยังคงยึดมั่นดำเนินธุรกิจด้วยหลักบรรษัทภิบาลและสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนให้บริษัทฯ เดินหน้าสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจประกันภัยและการเงินชั้นนำในภูมิภาค และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนต่อไป